พระผงญาณวิลาศ

ด้วยความจริงใจ แทน ท่าพระจันทร์

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีผู้เคารพเลื่อมใสศรัทธาเป็นอันมาก ยิ่งเหรียญรุ่นแรกของท่านนั้นไม่ต้องพูดถึง เป็นที่เสาะหากันมาก เนื่องจากประสบการณ์ของผู้ที่ได้ใช้นั้นเป็นที่ยืนยัน พุทธคุณครอบคลุมรอบด้าน ยิ่งแคล้วคลาด อยู่ยงคงกระพันนั้นเป็นที่กล่าวขานกันมาก ส่วนสนนราคาเหรียญรุ่นแรกสวยก็สูงมากครับ อยู่ที่หลักแสน แต่ก็หาของแท้ๆ ยากเช่นกันครับ ในวันนี้เราจะมาคุยกันถึงพระเครื่องของท่านที่มีสนนราคาไม่สูงมากนัก และก็เป็นที่นิยมเช่นกัน

พระเครื่องที่ผมจะพูดถึงนี้คือ พระผงญาณวิลาศ ชื่อนี้มีที่มาที่ไปคือ เมื่อท่าน ร.ท.ประสงค์ เจิมพร นำแม่พิมพ์พระแบบสมเด็จไปถวายให้หลวงพ่อแดงได้ชม ร.ท.ประสงค์ได้นมัสการถามหลวงพ่อแดงว่า ?พระนี้จะขอให้นามว่า พระสมเด็จหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ? หลวงพ่อแดงท่านจึงบอกว่า ?ไม่เหมาะดอกหมวด ฉันเป็นเพียงพระครูเท่านั้นไม่ใช่สมเด็จเสียหน่อย จะทำอย่างนั้นไม่ได้ อาศัยพิมพ์รูปแบบพระสมเด็จของเจ้าประคุณสมเด็จฯ ก็หนักหนาพอแล้วจะเอายศของท่านมาใช้อีกมันไม่เหมาะเลย? ท่าน ร.ท.ประสงค์จึงเรียนถามต่อว่า ?แล้วจะใช้นามว่าอะไรดีขอรับ? หลวงพ่อแดงจึงบอกว่า ?เอาง่ายๆ พระผงญาณวิลาศ วัดเขาบันไดอิฐ พอแล้ว? ครับนี่ก็เป็นที่มาของชื่อพระผงญาณวิลาศครับ พระรุ่นนี้หลวงพ่อแดงท่านได้มอบชานหมาก พร้อมทั้งผงวิเศษต่างๆ ที่ท่านได้ทำไว้ และของดีต่างๆ รวมทั้งแร่เกาะล้าน ที่ว่าเป็นของกายสิทธิ์ นำมาบดผสมลงไปในเนื้อพระ พระผงญาณวิลาศมีอยู่ด้วยกัน 3 สี คือ สีแดง สีดำ และสีเหลือง เมื่อหลวงพ่อแดงท่านได้ปลุกเสกแล้ว จึงนำออกมาให้บูชาในวัดส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งนำไปบรรจุเจดีย์พร้อมกับพระปิดตาเนื้อตะกั่วที่ปลุกเสกพร้อมกัน พระรุ่นนี้มีประสบการณ์ต่างๆมากมายครับ สนนราคาก็ยังไม่แพงมากนัก น่าจะอยู่ที่หลักพันครับ แต่ก็ต้องระวังเพราะมีของปลอมเลียนแบบอยู่มากมายเช่นกัน

ในเรื่องประสบการณ์นั้นมีผู้ที่ทั้งถูกยิงถูกแทงมาแล้วแต่ไม่ได้รับอันตรายใดๆ เรื่องแคล้วคลาดการเดินทางก็มีมาก ตัวท่าน ร.ท.ประสงค์เองท่านก็เคยกระโดดร่มลงมาร่มไม่กาง แต่ก็รอดตายเพียงต้องนอนโรงพยาบาลรอดูอาการอยู่ถึง 7 วัน ปรากฏว่าก็ไม่เป็นอะไรเลย เหมือนปาฏิหาริย์ ขณะนั้นท่านมีพระเครื่องผงญาณวิลาศเพียงองค์เดียว เวลาจะเช่าหาก็ต้องสังเกตดูให้ดีๆ องค์พระต้องคมชัด โดยเฉพาะด้านหลังยันต์ต้องคมชัด ของปลอมมักเบลอๆ สีของปลอมก็มักจะตุ่นๆ

วันนี้ผมก็ได้นำพระผงญาณวิลาศ เนื้อสีแดง มาให้ชมกันทั้งด้านหน้าและด้านหลังครับ

ที่มา  ข่าวสด

พระลีลาคางเครา กรุวัดท้ายย่าน

แทน ท่าพระจันทร์

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน จังหวัดชัยนาทเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีโบราณสถาน และมีกรุพระมากเช่นกัน กรุพระที่มีชื่อเสียงมากส่วนใหญ่นั้นจะพบที่ในเขตอำเภอสรรคบุรี ซึ่งเป็นอำเภอเดียวที่มีวัดเก่าแก่มากที่สุดของจังหวัดชัยนาท เข้าใจว่าเมืองเก่านั้นอาจจะตั้งอยู่ที่ฝั่งเมืองสรรค์ก็เป็นได้

ชัยนาทแต่เดิมนั้นเป็นเมืองหน้าด่านมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยสมัยพญาเลอไท (พ.ศ.1860-1897) และพอช่วงที่พญาเลอไทสวรรคต จึงเสียเมืองชัยนาทให้แก่สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 และก็ตกเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงศรีอยุธยาตั้งแต่นั้นมา และให้ขุนหลวงพะงั่วเป็นผู้ครองเมืองชัยนาท ครั้นถึงสมัยของสมเด็จพระนครินทราธิราช ได้โปรดให้เจ้าอ้ายพระยา พระโอรสองค์โต ไปครองเมืองสุพรรณบุรี เจ้ายี่พระยา พระโอรสองค์ที่ 2 ไปครองเมือง ไตรตรึงษ์ ส่วนเจ้าสาม พระยา พระโอรสองค์ที่ 3 ไปครองเมืองชัยนาท ต่อมาพระโอรสองค์ที่ 3 นี่แหละที่ได้ขึ้นครองราชสมบัติแทนพระราชบิดา ทรงพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2



ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะทำให้เห็นได้ว่าเมืองชัยนาทนั้นเป็นเมืองเก่าแก่สืบทอดกันมายาวนาน พระกรุเมืองสรรค์นั้นก็มีการสร้างสืบทอดต่อกันมา และมีศิลปะร่วมสมัยกันอยู่ ที่เมือง แห่งนี้มีพระกรุมากมายและที่มีชื่อเสียงมากก็คือพระสรรค์ยืน พระสรรค์นั่ง พระปิดตาเนื้อแร่พลวง ของกรุวัดท้ายย่าน อันมีชื่อเสียงโด่งดัง ถ้าจะกล่าวถึงพระกรุเนื้อดินเผาของเมืองสรรค์ก็ต้องนึกถึงพระสรรค์นั่งและพระสรรค์ยืน ซึ่งพระสรรค์นั่งนั้นที่โด่งดังและเป็นที่หวงแหนกันมากก็ต้องพิมพ์พระสรรค์นั่งไหล่ยก เพราะมีประสบการณ์ทางด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี นอกจากนี้พระสรรค์ยืนหรือพระลีลาเมืองสรรค์นั้นก็มีประสบการณ์ทางด้านนี้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และที่หวงแหนกันมาก สำหรับพระลีลาเมืองสรรค์นั้นก็ต้องพิมพ์คางเคราซึ่งพบน้อย เคยโด่งดังมากในอดีต ปัจจุบันแทบไม่ค่อยได้เห็นกันเลยครับ



สำหรับพระลีลาเมืองสรรค์นั้นมีที่พบทั้งเนื้อชินเงินและเนื้อดินเผา พิมพ์ที่พบก็มีทั้งพิมพ์ลีลา พิมพ์ลีลาข้างเม็ด และพิมพ์ลีลาคางเครา หรือที่โบราณมักเรียกว่า สรรค์ยืนคางเครานั่นเองครับ กรุที่พบก็มีอยู่หลายกรุ เช่น กรุวัดมหาธาตุ กรุวัดท้ายย่าน กรุวัดส่องคบ เป็นต้น ส่วนพระเนื้อดินเผานั้นของกรุวัดท้ายย่านจะมีภาษีกว่า เนื่องจากพระที่พบในกรุนี้จะมีเนื้อดินที่ละเอียดหนึกนุ่มกว่าทุกกรุ จึงเป็นที่นิยมกันมากกว่านั่นเองครับ



พระลีลาคางเครากรุวัดท้ายย่าน ที่เรียกชื่อกันแบบนี้ก็เนื่องมาจากพระพิมพ์นี้พระหัตถ์ของพระจะยื่นยาวมาจรดกับคางของพระ จึงทำให้มองดูคล้ายกับมีเครายาวลงมานั่นเองครับ ซึ่งก็อาจจะเป็นการแกะแม่พิมพ์พระของช่างพลาดไป หรือแม่พิมพ์แตกเป็นตำหนิก็เป็นได้ แต่ก็ทำให้จำนวนของพระมีน้อยกว่าพิมพ์อื่นๆ และพระพิมพ์นี้ก็เป็นพิมพ์ที่มีประสบการณ์มากจึงเป็นที่นิยมกันมากกว่านิดนึงครับ



ในวันนี้ผมก็ได้นำพระลีลาคางเครา กรุวัดท้ายย่าน มาให้ชมกันหนึ่งองค์ครับ



ด้วยความจริงใจ

แทน ท่าพระจันทร์

ที่มา  ข่าวสด

พระปิดตาหลวงพ่อปล้อง





สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่ รักทุกท่าน จังหวัดราชบุรี มีพระเกจิ อาจารย์ชื่อดังอยู่หลายท่าน มีที่ท่านสร้างปิดตาเนื้อเมฆพัดไว้ และมีประสบการณ์สูงปัจจุบันหาชมยากเช่นกันครับ ท่านก็คือ พระครู ธรรมาภินันท์ (ปล้อง สุลีโล) 



หลวงพ่อปล้องท่านเป็นชาวตำบลท่าราบ อำเภอเมืองราชบุรี โยมบิดาชื่อแพง โยมมารดาชื่อหุ่น เกิดเมื่อปีพ.ศ.2419 ในวัยเด็กท่านได้เรียนหนังสือที่วัดบางลี่ ตำบลโคกหม้อ อยู่หลายปี แล้วได้ย้ายไปอยู่กับพระยอด น้าชาย ที่วัดกันมาตุยาราม กทม. จนอายุได้ 18 ปี จึงกลับมาบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดสุรชายาราม 1 พรรษา แล้วจึงลาเพศมาช่วยบิดามารดาทำนาจนอายุครบ 20 ปี จึงได้อุปสมบทในปีพ.ศ.2439 ที่วัดสุรชายาราม โดยมีพระพุทธวิริยากร (จิตร) วัด สัตตนารถปริวัตร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการยา วัดอัมรินทราราม (วัดตาล) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการเกิด วัดท่าโขลงเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ท่านเป็นผู้มีความรู้แตกฉานในพระธรรมวินัยได้ศึกษาบาลีกับพระวินัยธร (เบี้ยว) วัดท่าโขลง จนมีความรู้แปลหนังสือได้



ต่อมาเมื่อปีพ.ศ.2448 ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสุรชายาราม (วัดหลุมดิน) พ.ศ.2474 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็น พระครูธรรมาภินันท์ หลวงพ่อปล้องเป็นพระสงฆ์ที่มีศีลจารวัตรงดงามน่าเลื่อมใสศรัทธา เป็นที่เคารพรักของชาวบ้าน หลวงพ่อปล้องท่านได้สร้างวัตถุมงคลเป็นพระปิดตามหาอุตม์ เนื้อเมฆพัด มีอยู่สองแบบคือ เป็นแบบพระปิดตากับพระกลีบบัว เป็นการสร้างในปีพ.ศ.2471 เพื่อแจกเป็นที่ระลึกในการสร้างศาลาการเปรียญ และมีชื่อเสียงโด่งดังในครั้งสงครามอินโดจีน เนื่องจากมีประสบการณ์ต่างๆ มากมาย จากนั้นก็มีผู้คนและทหารเข้ามาขอพระเครื่องจากหลวงพ่อมากมาย พระเครื่องได้หมดไปจากวัดอย่างรวดเร็ว ทางวัดได้จัดสร้างเพิ่มก็สร้างไม่ทันต้องทำผ้าประเจียดพิมพ์เป็นรูปพระปิดตาแล้วทำพิธีปลุกเสกแทน พระเครื่องทั้งหมดของหลวงพ่อปล้องแจกฟรีครับ



หลวงพ่อปล้องท่านมรณภาพด้วยโรคอัมพาต ในวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2484 เวลา 10.35 น. สิริอายุได้ 66 ปี พรรษาที่ 45



พระปิดตาของหลวงพ่อปล้องมีทั้งแบบลอยองค์และแบบพิมพ์ครึ่งซีก ที่เรียกว่าพิมพ์จั๊กจั่น และพระพิมพ์กลีบบัว เนื้อเมฆพัด ที่องค์พระหรือด้านหลังมักจะมีรอยจารด้วยลายมือหลวงพ่อปล้องแทบทุกองค์ครับ ในวันนี้ผมได้นำรูปพระปิดตาหลวงพ่อปล้องมาให้ชมพิมพ์ลอยองค์และพิมพ์ จั๊กจั่นทั้งด้านหน้าและด้านหลังครับ



ด้วยความจริงใจ

แทน ท่าพระจันทร์

ที่มา  ข่าวสด

พระกริ่งจาตุรงคมุนี




สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันถึงพระกริ่งกันซักหน่อยดีกว่านะครับ พระกริ่งที่ผมจะพูดถึงก็คือพระกริ่งของท่านเจ้าคุณศรีฯ(สนธิ์) วัดสุทัศน์ ซึ่งเป็นพระกริ่งที่น่าสนใจรุ่นหนึ่งของท่านเจ้าคุณศรีฯ สนนราคาก็ยังไม่แพงมากนักครับ



พระกริ่งจาตุรงคมุนี เป็นพระกริ่งที่ท่านเจ้าคุณศรีฯ สร้างขึ้นเพื่อสมนาคุณแก่ผู้ที่มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์ ร่วมสร้างพระอุโบสถ วัดศรีจอมทอง (วัดตีนโนน) ที่กิ่งอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี และท่านเจ้าคุณศรีฯ ถวายพระนามว่า "พระกริ่งจาตุรงคมุนี? วันที่สร้างได้เริ่มประกอบพิธีสวดมนต์ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2490 เวลา 17.00 น. รุ่งขึ้นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2490 เวลา 09.36 น. ได้ฤกษ์เททอง ผู้ช่วยจัดสถานที่ คือพระครูวินัยกรณ์โสภณ(หนู) นายช่าง ผู้ดำเนินการหล่อพระคือ นายช่างหรัส พัฒนางกูร แห่งบ้านช่างหล่อ



พระกริ่งรุ่นนี้หล่อตันทั้งองค์ แล้วเจาะก้นบรรจุกริ่ง ขนาดประมาณเท่าแท่งดินสอ แล้วอุดช่องที่บรรจุอีกครั้งหนึ่ง ใต้ฐานมีทั้งแบบเรียบหรือแบบก้นกระทะ วรรณะเหลืองปนแดง พิมพ์ของพระกริ่งรุ่นนี้ ท่านเจ้าคุณศรีฯ ท่านได้ให้ช่างหรัสถอดพิมพ์จากพระกริ่งจีนเล็ก ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช(แพ) ได้ประทานให้แก่ท่านเจ้าคุณศรีฯ ไว้ และได้แก้ไขแม่พิมพ์และตกแต่งเพิ่มเติมบางส่วน เนื้อที่ใช้สร้าง มีทองชนวนของพระกริ่งรุ่น พ.ศ.2485 ผสมกับทองโลหะ สถานที่สร้างคือบริเวณหน้าพระอุโบสถ วัดสุทัศนเทพวราราม จำนวนที่สร้าง 500 องค์ และการสร้างคราวนั้น ได้สร้างพระกริ่งอุบาเก็ง (รุ่น 4) ขึ้นอีก 72 องค์ พระชัยวัฒน์ 600 องค์ พระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อดำ (พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน) ขนาดหน้าตัก 10 นิ้ว 6 องค์



สถานที่ประกอบพิธีได้ประกอบพิธีสวดพุทธาภิเษก ที่พระอุโบสถ วัดสุทัศน์ ซึ่งมีพระธรรมวโรดม (อยู่ ญาณโณทัย) วัดสระเกศฯ เป็นผู้จุดเทียนชัย พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (โสม ฉันโน) วัดสุทัศน์ เป็นผู้ดับ เทียนชัย คณาจารย์ผู้เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษก พระธรรมวโรดม (อยู่) พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก พระปริยัติบัณฑิต (ดำ) วัดปทุมคงคา พระสุธรรมธีรคุณ(วงศ์) วัดสุทัศน์ พระครูสุนทรศีลาจารย์ วัดสุทัศน์ พระปลัดเส่ง วัดกัลยาณมิตร พระครูสมุห์ไพฑูรย์ วัดโพธิ์นิมิต พระศรีสมโพธิ์ (เสงี่ยม) วัดสุทัศน์ ฯลฯ 



การสร้างพระกริ่งในครั้งนี้ท่านเจ้าคุณศรีฯ ได้สร้างขึ้นด้วยความศรัทธาอย่างแท้จริง ทั้งพิธีการสร้างก็ได้กระทำตามแบบอย่างของสมเด็จพระอุปัชฌาย์ทุกสิ่งทุกอย่าง พระกริ่งจาตุรงคมุนีจึงถือได้ว่าเป็น พระกริ่งอีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจมาก พุทธคุณนั้นหายห่วงได้เลยครับ นับว่าครบเครื่องมากๆ ครับ



ในวันนี้ผมก็ได้นำรูปพระกริ่งจาตุรงคมุนีมาให้ชมกันทั้งด้านหน้าด้านหลังและก้นครับ



ด้วยความจริงใจ

แทน ท่าพระจันทร์

ที่มา  ข่าวสด